กว่าจะเป็นดาว(3)…..โรงเรียนชาย (นครสวรรค์) จุดเริ่มต้น ที่ท้าทาย

มาต่อกับ เรื่องเล่า ที่ตั้งใจเอาไว้ แต่ก็ขาดช่วงมาพอสมควรนะครับ

อย่างที่ได้เกริ่นไว้ตั้งแต่แรกแล้วว่า

การเริ่มต้นการเรียนของผม เริ่มที่ ร.ร.ประชานุเคราะห์ นครสวรรค์

โรงเรียนเล็กๆ เสื้อขาว  กางเกงสีน้ำเงิน

ความประทับที่จำได้แม่นยำ ก็วันที่คุณแม่พาไปสมัครเรียน

ตามเกณฑ์ จะต้องเข้า อนุบาล 2 แต่คุณครูบอกว่าจะต้องเริ่มจากอนุบาล 1

คุณแม่ก็ไม่อยากให้ลูกเสียโอกาส คือเรียนช้ากว่าเพื่อนในรุ่นเดียวกัน

โดยแม่บอกว่าจะต้องเข้าเรียน อนุบาล 2 ให้ได้ เพราะเด็กอ่านหนังสือออกแล้ว

ครูก็ไม่เชื่อ บอกว่างั้นอ่านให้ฟังหน่อย

แล้วก็เอาหนังสือเรียนมาเปิด ให้อ่าน

ด้วยความที่คุณแม่เคยสอนให้อ่าน และชอบอ่านหนังสือพิมพ์

เลยอ่านได้

ก็เลยไม่ต้องเรียน อนุบาล 1 ข้ามชั้นมาเลย

จนปีสุดท้าย ป.6 ยังไม่รู้เหมือนกันว่าต้องทำอะไรกับชีวิต

มีคุณครูบอกว่าหากอยากได้ดี ต้องเรียนต่อที่ โรงเรียนชาย เท่านั้น

ต้องไปสอบแข่งขัน

พ่อก็แนะนำให้ไปลองสอบดู

ก็ลองไปสอบ  ผลสอบก็เหนือความคาดหมาย สามารถสอบติด

มีชื่อเข้าไปเรียน โรงเรียนประจำจังหวัดได้ เป็นที่ดีใจ ของทั้งตัวเอง

คุณครู และของทุกคนเป็นอย่างมาก

โรงเรียนนครสวรรค์ หรือโรงเรียนชาย

เมื่อเข้ามาเรียนแล้ว ทำให้เข้าใจ อะไรๆมากขึ้น

จากเดิมที่คิดว่าใครเรียนที่นี่ต้องเก่ง ต้องมีโอกาสดีกว่าคนอื่น

ถูกต้องครับ  แต่ไม่ทั้งหมด

มัธยมต้น สมัยผม มี 6 ห้อง

ไม่ได้มีโอกาสเข้าถึง อาจารย์เก่งๆเหมือนกัน ไม่ได้มีโอกาสเรียนวิชาวิทย์คณิต

เหมือนกัน

มีการแบ่งคลาส  แบ่งระดับ ของเด็ก

มีห้องคิงส์ ห้องช่าง  ห้องบ๊วย

ที่ได้รับการดูแลแตกต่างกันไป

ผม ได้เข้ามาอยู่ในห้องรองบ๊วย   เพราะคะแนนทีสอบเข้ามาได้

สามปี ที่ได้เรียนรู้ สิ่งที่ได้มากกว่าความรู้ตามที่กระทรวงกำหนด

คือได้รู้ว่า โอกาสของนักเรียนห้องท้ายๆ มันริบหรี่อย่างมาก

กับการศึกษาภาคพื้นฐาน ด้วยจากปัจจัยหลายๆประการ

ผมจบ ม.3 ด้วยเกรดเฉลี่ยที่ผ่าน 2 มาอย่างยากลำบาก

อีกทั้งมีหลักเกณฑ์ ข้อแม้สำคัญ ม.3 ต้องได้ เกรด วิทย์ คณิต ที่ 3

เรามันเด็กห้องท้าย  ๆ ไม่ได้เรียนกับอาจารย์คนออกข้อสอบ

ที่สำคัญ ไม่มีเงินเรียนพิเศษ กับ …..?

เลยปิ๋ว

เป็นผลให้ ไม่มีสิทธิการเรียนต่อ ในโรงเรียนประจำจังหวัดนี้

 ไม่ว่าจะ สายศิลป์   หรือแม้แต่สายช่างก็ไม่ติดฝุ่น

ดังนั้น สายวิทย์ อย่าได้ฝัน

มิหนำซ้ำเกรดที่ได้ อันน้อยนิด ก็ไม่สามารถโอนเข้าไปเรียนยังสถาบันอื่น

เช่น วิทยาลัยเทคนิค  อาชีวะ

อนาคต  มาถึงปลายถนนที่เป็นทางตันแล้ว

ผมเล่นกีฬาห่วย จึงไม่ได้โควต้านักกีฬา

ความรู้ /หัวทางช่าง  เป็นศูนย์ จึงไม่อาจหาญ ไปเรียทางด้านช่าง

ที่บ้านไม่มีที่นา สวน  ไร่  จึงไม่สนใจไปเรียน วิทยาลัยเกษตร

ดังนั้น

หนทางเดียวที่จะสามารถยืดชีวิตทางการศึกษา

คือจะต้องเรียนต่อใน โรงเรียนชายต่อไปให้ได้

อันเป็นทางเลือกสุดท้ายที่ผมจะต้องผ่านไปให้ได้

คือการสอบแข่งขัน กลับเข้าโรงเรียนชาย  อีกครั้ง

แล้วผมจะมาเล่าต่อนะครับ  ว่าเกิดอะไรขึ้น

 

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s