กว่าจะเป็นดาว ตอน “ลูกครึ่ง” อีกช่วงชีวิตที่น่าจดจำ

กว่าจะเป็นดาว ขาดตอนไป พอสมควรเลยรับ

ก็เป็นเพราะภารกิจต่างๆ ที่ค่อนข้างจะหนาแน่นในช่วงที่ผ่านมา

กว่าจะเป็นดาว  เมื่อคราวที่แล้ว หยุดอยู่ถึงตอนที่ ครอบครัวของผม

ได้อพยพ ออกมากจาก เมืองปากน้ำโพ  ออกมาอยู่ในชนบท อ.โกรกพระ

ซึ่งก็ยังอยู่ใน จว.นครสวรรค์ แม้ระยะทางจะห่างกันเพียง 20 กว่า กิโลเมตร

แต่เมื่อย้อนไปเมื่อครั้ง 30 กว่าปี ก่อน ก็มีความต่างกันอย่างชัดเจน

ผมเลยมีโอกาส ได้ใช้ชีวิตใน 2 มาตราฐานของสังคม

คือสังคมชนบท แท้ๆ ไม่มีไฟฟ้า  ประปา ถนนลูกรัง

กับสังคมเมืองที่ จะต้องแก่งแย่งแข่งขัน  กันตั้งแต่ตื่น จนเข้านอน

ผมก็เลย  คิดว่าตัวเองเป็นลูกครึ่ง  ครึ่งชนบท  ครึ่งเมือง

ในตอนนั้น  จะเกิดความรู้สึก 2 แบบ 2 อย่าง

แบบแรก   ผมเหมือนเป็นคุณหนู  เมื่ออยู่ในชนบท  ผมและครอบครัว

ดูเหนือ ดูดีกว่า ดูสบาย กว่า

กว่าใครนะเหรอ  ก็เหนือกว่า เพือนบ้าน ที่ยากจน ต้องทำมาหากินหาเช้ากินค่ำ

 แตกต่างกับเรา ที่ไม่ต้องทำงาน มีหน้าที่เรียน ในเมืองอย่างเดีย

  เสื้อผ้า หน้า ผม  ก็ดูสะอาดสอ้านกว่า

แบบที่สอง  เหมือนกับเป็นแค่คนชั้นสองของสังคมเมือง  ผมดูบ้านนอก

ดูโทรม กว่าเพื่อนๆในที่เรียนด้วยกัน   เนื้อตัวออกจะมอมแมมกว่า

เมื่อเวลาผ่านมา จนถึงวันนี้เมื่อย้อนมองกลับไป  ผมดีใจที่ได้มี

อกาส ใช้ชีวิตของคน 2 แบบ

ต่างระดับ ในช่วงเวลาเด็ก  ทำให้ผมคิด และตัดสินใจที่จะมุมานะ เรียนหนังสือ

ในเมื่อมีเพื่อนๆ เราอีกมากมาย ไม่มีโอกาส

ในการใช้ชีวิตแบบบ้านนอก ก็ได้ใช้แบบเต็มที่เต็มพิกัด 

ได้ทำงาน  ใช้ชีวิต ทุกอย่าง

เชื่อว่าได้ประกอบกิจกรรมอาชีพ  ที่พี่น้อง เกษตกร  ชาวนา ทำกัน 

ทำนา หว่านกล้า ถอนกล้า  ดำนา ถอนหญ้า เกี่ยวข้าว

เพาะเห็ดฟาง  สนุกสนาน ในการขนกองฟางจากทุ่งนามา  ย่ำฟางใน

บ่อปูนเพื่อให้ชุ่มน้ำ  ทำแปลงเห็ด

ที่สนุกที่สุดก็การเก็บเห็ด จากแปลง  การตัดเอาเศษดินออกจากเห็ดก่อนส่งขาย

เลี้ยงเป็ด  สนุกกับการออกไปเฝ้าเป็ดไล่ทุ่งใน ทุ่งนาทั้งวัน

เย็น ก็ต้อนกลับเล้า

เลี้ยงหมู  อันนี้อยู่หลังบ้าน มีให้อาหาร สับผักบุ้ง ผสมรำ 

ช่วยแม่ทำคลอด ล้างเล้าตอนบ่ายๆ

หาปลา  เป็นกิจกรรมสุดโปรดปราน ชอบที่จะตอบคุณพ่อ ออกไปทุกกิจกรร

 ไม่ว่าทอดแห ลงข่าย ดักลอบ ปักเป็ด ทุดชนิด

ผมได้มีโอกาสใช้ชีวิต พื้นบ้านอย่างเต็มเอียด ในขณะเดียวกัน

ก็ด้มีอกาส เรียนหนังสือ

ที่จะต้องใช้ความพยายามในการที่จะไปเรียน  ต้องขี่ จยย.2 คนพี่น้อง

อกไป 7 กิโลเมตรต่อรถโดยสาร ไปในเมือง  เดินทางเช่นนี้ ตั้งแต่ ม.1 จน ม.5

ก่อนที่จะบุกเดี่ยวไปเรียนใน โรงเรียนเตรียมทหาร และนายร้อยตำรวจ

แบบเหนือคาดฝัน  แต่ชีวิตไม่มีเรื่องฟรุ๊คครับ

มีเกิดขึ้นได้ ด้วยสองมือของเราเอง ใครๆทำได้ครับ ไม่ยาก

ชีวิตในการเรียน ก็มีสีสันครับ  สนุกเร้าใจ  เป็นอีกครึ่งนึงของชีวิต

ที่มีส่วนให้ผมมีวันนี้อยู่ได้

ซึ่งไม่มีวี่แวว ตรงไหนเลยที่จะได้มาเป็นตำรวจ

เป็นเหตุการณ์ที่เปลี่ยนชีวิตเลยหละครับ

เอาไว้เล่าต่อในคราวต่อไปดีกว่าครับ

ใน กว่าจะเป็นดาว ……………ตอนต่อไป

 

ตะกายดาว – นันทิดา+คริสติน่า

ตะกายดาว – นันทิดา+คริสติน่า

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s