ผลงานคดีลักทรัพย์

 
 
 
ลายนิ้วมือแฝงมัดตีนแมว ลักทรัพย์บ้านทูต
 
 

ค่ำวันที่ 10 มี.ค. 2549 ขณะที่ พ.ต.อ. คณิศร์ชัย มหินทรเทพ ผกก.กลุ่มงานสืบสวน ศส.บช.น. ร.ต.อ.สุรพงษ์ ชาติสุทธิ์ รอง สว. (ทั้งคู่ยศและตำแหน่งขณะนั้น) นำกำลังปฏิบัติหน้าที่ดูแลความสงบเรียบร้อยของกลุ่มผู้ชุมนุมเคลื่อนไหวทางการเมือง ณ ท้องสนามหลวง ได้มีโทรศัพท์จากสายรายงานให้ ร.ต.อ.สุรพงษ์ ทราบข้อมูลที่น่าสนใจ อันนำไปสู่การปิดคดีที่มีความสำคัญระดับประเทศได้อีกคดีหนึ่ง
       
“นายครับ สายผมรายงานมาว่า มีการนำเอาทรัพย์สิน ของมีค่า ที่มีลักษณะแปลก ๆ ออกมาขายในตลาดมืดแถวคลองเตย ผมฟัง ๆ ดูแล้ว มันมีเค้าว่าจะเป็นทรัพย์สินชุดเดียวกับที่ของบ้านท่านทูตฯ ถูกขโมยไป ผมได้ซักถามรายละเอียดเกี่ยวกับทรัพย์สินชิ้นอื่น ๆ มีทั้งคอมพิวเตอร์โน้ตบุ๊ก แล้วช่วงเวลามันก็มีความเป็นไปได้นะครับ ผมขออนุญาตรวบรวมข้อมูลมารายงานให้นายทราบ  หากช้าไปจะไม่ทันการครับ” 
 
ร.ต.อ.สุรพงษ์ รายงานเบาะแสเท่าที่มีให้ พ.ต.อ.คณิศร์ชัย รับทราบ จากนั้นได้มีการวางแผนสืบสวนหาข่าว จัดชุดทำงานขึ้นมาติดตามคดีดังกล่าวในทันที โดยไม่ปล่อยให้โอกาสที่จะพิชิตคดีสำคัญหลุดลอยไป ตามสัญชาตญาณนักสืบสายเลือดใหม่แห่งนครบาล
 
โดยก่อนหน้านี้ ช่วงค่ำวันที่ 9 มี.ค. ได้มีคนร้ายบังอาจบุกเข้าไปโจรกรรมทรัพย์สินภายในบ้าน นาย     ปีเตอร์ โจเซฟ มาร์เรช เอกอัครราชทูตเนเธอร์แลนด์ประจำประเทศไทย เลขที่ 19/7 ซอยพระพินิจ ถนนสวนพลู แขวงทุ่งมหาเมฆ เขตสาทร กรุงเทพฯ กวาดเอา เครื่องราชอิสริยาภรณ์ชั้นสูง ชุดเครื่องลายครามของราชวงศ์ต่างประเทศชื่อดัง และของที่ระลึกจากผู้นำประเทศต่าง ๆ ไปเกือบเกลี้ยงชนิดที่ไม่สามารถประเมินมูลค่าได้ และทรัพย์สินบางชิ้นมีความสำคัญทางจิตใจ เช่น เครื่องคอมพิวเตอร์ที่เป็นของขวัญจากบุตรของท่านทูต ที่ไม่อาจจะหาสิ่งใดมาทดแทนได้
 
หลังเกิดเหตุ พล.ต.ท.วิโรจน์ จันทรังษี ผบช.น. (ยศและตำแหน่งในขณะนั้น) มอบหมายให้ พล.ต.ต. กฤษฎา พันธุ์คงชื่น รอง ผบช.น. (ยศและตำแหน่งในขณะนั้น) จัดทีมสืบสวนมือดี นำโดย พ.ต.อ.ปรีชา ธิมามนตรี รอง ผบก.หน.ศส. ระดมกำลังคลี่คลายคดีเป็นการด่วน กระทั่งนักสืบหนุ่มไฟแรงได้เบาะแสสำคัญจากสายลับ และมีแนวโน้มว่าคนร้ายน่าจะเป็นคนเดียวกับที่ก่อคดีโจรกรรมบ้านเอกอัครราชทูตเนเธอร์แลนด์ดังกล่าว
 
ถัดมาเพียง 3 วัน ในวันที่ 12 มี.ค. เจ้าหน้าที่ ศส.บช.น. นำโดย พ.ต.อ.ปรีชา รอง ผบก.หน.ศส. พ.ต.อ.คณิศร์ชัย ผกก. พ.ต.ท.สุคนธ์ ศรีอรุณ รอง ผกก. และ ร.ต.อ.สุรพงษ์ กับพวก ได้นำกำลังเข้าจับกุมนาย   สุพจน์ บุญมา อายุ 48 ปี นายไมตรี มิ่งแสง อายุ 41 ปี และนายอำพร คุณต่าย อายุ 21 ปี พร้อมของกลาง เครื่องราชฯและแถบอิสริยาภรณ์ชั้นสูง ชุดเครื่องเงินของผู้นำประเทศหนึ่ง กำไลหยก และคอมพิวเตอร์โน้ตบุ๊ก 1 เครื่อง ที่ล้วนแล้วแต่ขโมยมาจากบ้านเอกอัครราชทูต  เนเธอร์แลนด์ประจำประเทศไทยทำให้ท่านทูตดีใจมากที่สุดเมื่อได้เครื่องราชฯ ชุดนี้คืนมา  
       
โดย ร.ต.อ.สุรพงษ์ รอง สว.กลุ่มงานสืบสวน ศส.บช.น. เปิดเผยว่า ก่อนหน้านี้ได้ข้อมูลจากสายลับว่า นายสุพจน์ บุญมา อายุ 48 ปี เป็นผู้รับซื้อของกลางบางส่วนจากคนร้าย กำลังเจ้าหน้าที่ ศส.บช.น. จึงเข้าค้นห้องพักที่แฟลตการเคหะคลองเตย เขตคลองเตย กรุงเทพฯ ก่อนขยายผลจับ นายไมตรี มิ่งแสง อายุ 41 ปี และ นายอำพร คุณต่าย อายุ 21 ปี สองคนร้ายที่เข้าไปก่อเหตุโจรกรรมบ้านเอกอัครราชทูตเนเธอร์แลนด์ได้ยกก๊วน จากการสอบสวนนายไมตรีรับสารภาพว่าร่วมกับนายอำพร ตระเวนก่อคดีปีนบ้านลักทรัพย์มาแล้วหลายท้องที่อย่างโชกโชน  วันเกิดเหตุสบโอกาสเห็นบ้านหลังใหญ่คิดว่าน่าจะมีทรัพย์สินเยอะ จึงแอบปีนกำแพงบุกเข้าไปถึงห้องนอน พบชาวต่างชาตินอนอยู่ 2 คน แต่ไม่คิดว่าเป็นถึงเจ้าหน้าที่ทูต จากนั้นได้ลงมากวาดทรัพย์สินในตู้โชว์ชั้นล่าง แล้วพากันหลบหนีเอาของกลางบางส่วนไปขายให้นายสุพจน์ 
 
“เมื่อเจ้าหน้าที่ตรวจสอบลายนิ้วมือแฝงจากที่เกิดเหตุ พบว่าตรงกับผู้ต้องหาทั้งสองจริง จึงเป็นหลักฐานสำคัญอันแน่นหนาในการจับกุมตัว ส่วนนาย    สุพจน์นั้น ถูกขยายผลดำเนินคดีในข้อกล่าวหาลักทรัพย์หรือลักของโจร” ร.ต.อ.สุรพงษ์ กล่าว
 
ร.ต.อ.สุรพงษ์ กล่าวทิ้งท้ายว่า การทำงานสืบสวนในปัจจุบัน “สายข่าว” ถือว่ามีความสำคัญอย่างยิ่ง อีกทั้งจะต้องเป็นคนที่สนใจติดตามข่าวสารอยู่ตลอดเวลา อย่างเช่นเป็นที่ประจักษ์ในคดีนี้ ถึงแม้ในชั้นแรกจะไม่ได้เป็นผู้รับผิดชอบติดตามคดี แต่เมื่อมีข้อมูลข่าวสารเข้ามาก็สามารถนำไปเชื่อมโยงกับเหตุการณ์ที่ได้รับจากสื่อทั่วไป จนนำมาสู่การคลี่คลายคดีสำคัญได้อย่างสมภาคภูมิ อย่างไรก็ตาม จะต้องทำควบคู่ไปกับ หลักนิติวิทยาศาสตร์ ในการรวบรวมพยานหลักฐานเพื่อส่งฟ้องผู้ต้องหา จึงอยากให้นักสืบรุ่นใหม่ให้ความสำคัญกับเรื่องดังกล่าว
 
ต่อมาในช่วงกลางปี 2550 ศาลอาญากรุงเทพใต้ มีคำพิพากษาตัดสินให้จำคุก นายไมตรี มิ่งแสง อายุ 41 ปี เป็นเวลา 4 ปี 6 เดือน, นายอำพร คุณต่าย อายุ 21 ปี จำคุก 4 ปี ส่วน นายสุพจน์ บุญมา อายุ 48 ปี ถูกพนักงานสอบสวนแยกฟ้องในข้อหารับซื้อของโจร.

เปิดใจยอดนักสืบ
 
พ.ต.ต.สุรพงษ์ ชาติสุทธิ์ ปัจจุบันดำรงตำแหน่ง สวป.สภ.คำตากล้า จ.สกลนคร อดีตรอง สว.กก.สส.น.1 กล่าวถึงคดีลักทรัพย์บ้านพักของนายปีเตอร์ โจเซฟ มาร์เรช เอกอัครราชทูตเนเธอร์แลนด์ ประจำประเทศไทย เลขที่ 19/7 ซอยพระพินิจ ถนนสวนพลู แขวงทุ่งมหาเมฆ เขตสาทร กรุงเทพฯ โดยคนร้ายกวาดเอาเครื่องราชอิสริยาภรณ์ชั้นสูง ชุดเครื่องลายครามของราชวงศ์ต่างประเทศชื่อดัง และของที่ระลึกจากผู้นำประเทศต่าง ๆ ไปเกือบเกลี้ยงชนิดที่ไม่สามารถประเมินมูลค่าได้ ถือเป็นคดีสำคัญระดับประเทศ เบาะแสสำคัญที่นำไปสู่การจับกุม คือ สายลับที่ให้ข่าวสารในแวดวงโจร รวมถึงหลักฐานทางนิติวิทยาศาสตร์ คือ ลายนิ้วมือแฝง ที่มัดตัวผู้ต้องหาที่บุกเข้าไปก่อเหตุเอาไว้ได้ อย่างไรก็ตาม การเข้าจับกุมนั้น เจ้าหน้าที่ต้องวางแผนเป็นขั้นตอน โดยขยายผลจับกุมได้ทั้งคนร้ายที่ก่อเหตุและผู้รับซื้อของโจรได้ยกแก๊ง นำมาซึ่งความภาคภูมิใจแก่สำนักงานตำรวจแห่งชาติโดยรวมอีกคดีหนึ่ง

 

หมายเหตุ  ที่มา นสพ.เดลินิวส์รายวัน ฉบับวันที่ ๒๒ มีนาคม  ๒๕๕๑

 

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s